19.09.2022   1293

Affiliate Marketing ด้วย Google Ads ในปี 2026 — สอนให้ในทุกขั้นตอน

เมื่อพูดถึงการโฆษณา ทาง Google Ads ( หรือ Google AdWords ) อาจมีช่วงขาขึ้นขาลงอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้หายไปไหน หากเทียบกับการโฆษณาทางสื่อออนไลน์ ทาง Google Ads ไม่ได้รับผลกระทบจากเทรนด์การเปลี่ยนแปลง หรือแพลตฟอร์มบางประเภทที่โตข้ามวันข้ามคืน

​

ส่วนกรณีของ PPC (pay-per-click) โฆษณาที่คุณจ่ายตามคลิกหรือผลลัพธ์ ถ้าไม่มีคนคลิก คุณก็ไม่ต้องจ่าย

ข้อดีอีกอย่างก็คือ เมื่อมีคนสนใจ Google พวกเขาจะมีส่วนรวมและสนใจในเรื่อง ( เพื่ออ่านเกี่ยวกับ ) หรือสินค้า/บริการ ( เพื่อศึกษาเพิ่มเติมและ/หรือเพื่อซื้อสินค้า ) ทำให้คุณเจอกลุ่มเป้าหมายที่สนใจ เมื่อเทียบแคมเปญโฆษณาทางสื่อออนไลน์ ที่แสดงให้กับกลุ่มเป้าหมายทั่วไปเห็นทันที กลุ่มผู้ชมของ Google เป็นกลุ่มที่ค้นหาข้อมูลอยู่ก่อนแล้ว ทำให้งานของเว็บมาสเตอร์นั้นง่ายขึ้นมาก


 วางแผนแคมเปญ Google Ads ล่วงหน้า

ก่อนที่เราจะมาอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนการปล่อยแคมเปญ Google Ads คุณต้องท่ององค์ประกอบทั้งสามข้อนี้ให้ขึ้นใจ : งบ ( คุณต้องประเมินถึงค่าใช้จ่ายสำหรับแคมเปญโฆษณา ) ความเรียบง่าย ( ของบางอย่างที่ดูยากเกินไป แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ) และความอดทน ( อย่ารีบและยกเลิกแคมเปญ PPC ของคุณกลางคัน )

​

อย่างที่บอกไปว่า Google จะนับจำนวนคลิกบนโฆษณาของคุณ แล้วคอยเรียกเก็บค่าบริการกับคุณตามจำนวนคลิกนั้น

แบบ CTR (click-through-rate) จะแสดงสัดส่วนระหว่างการมองเห็น ( จำนวนครั้งที่โฆษณาของคุณถูกเผยแพร่ ) จนไปถึงจำนวนคลิกบนของผู้ใช้ คุณต้องสังเกต CTR ให้ดี เพราะนี้เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพ ( หรือผลงาน ) ของโฆษณาของคุณ

ง่าย ๆ ก็คือ ในการปล่อยแคมเปญโฆษณาด้วย Google คุณต้องประเมินงบและกำหนดราคา ราคาในนี้คือจำนวนที่คุณพร้อมจ่ายให้กับจำนวนคลิก ข้อดีคือ Google เพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญโฆษณา และในหลายกรณี พบว่าผู้โฆษญาจ่ายน้อยกว่าราคาที่ตั้งเอาไว้

ภารกิจที่ท้าทายมากที่สุด ไม่ใช่การปล่อยแคมเปญ แต่เป็นการสร้างโฆษณาที่ถูกใจลูกค้าและใช้เงินน้อยที่สุด ผ่านการทดสอบและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแคมเปญอย่างต่อเนื่อง

ขณะพิจารณาการโปรโมตข้อเสนอ Affiliate ของ Google Ads ให้พิจารณาจากสิ่งนี้ :

  • ข้อเสนอของ Affiliate บางตัวไม่อนุญาตให้ใช้วิธีการซื้อโฆษณา
  • ตรวจสอบคีย์เวิร์ดที่อนุญาตให้ใช้ ( ผู้โฆษณาบางคนจะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้คีย์เวิร์ดโดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงคู่แข่งคนอื่น )
  • ลิงก์โฆษณาไปยัง Landing Page ก่อน ( ไม่ใช่หน้าเว็บไซต์ของคนขาย )
  • ทาง Landing Page ควรมีข้อสมนาคุณให้คนที่มา ตัวอย่างเช่น เว็บมาสเตอร์มักเสนออีบุ็ค หรือเนื้อหา PDF ฟรี เพื่อเก็บข้อมูลที่อยู่อีเมลของผู้ใช้
  • ทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทดสอบในสเกลราคาประหยัด

เบื้องหลังของแคมเปญโฆษณาที่ประสบความสำเร็จ มากจากการวางแผนและทดสอบ ถัดไปเราจะมาอธิบายขั้นตอนการวางแผน การสร้าง และการปล่อยแคมเปญโฆษณา


ขั้นตอนที่ 1. ประเมินเป้าหมายและงบของตัวเอง

อย่างแรกคุณต้องเลือก Affiliate Program และเลือกข้อเสนอที่จะโปรโมต จากนั้นให้คุณตรวจสอบว่าแคมเปญนั้นสามารถโปรโปตผ่านการซื้อโฆษณาได้หรือไม่

แน่นอนว่าคุณต้องเตรียม Landing Page และของสมนาคุณให้กับลูกค้าที่สนใจ ( บทเรียนฟรี, คู่มือ, ฯลฯ )

จากนั้นคุณค่อยมาวางแผนแคมเปญ และเลือกเป้าหมายสูงสุดของแคมเปญ ( ยอดขาย, Traffic, Leads, ฯลฯ )

​

เมื่อคุณเลือกเป้าหมายแคมเปญเสร็จแล้ว คุณต้องประเมินงบที่รวมถึงลิมิตรายวันและรายเดือนของตัวเอง ซึ่งเป็นการตั้งค่าโดยรวมของงบแคมเปญ ค่าใช้จ่ายรายวัน และตั้งราคา

สำหรับแคมเปญโฆษณาบางประเภท คุณสามารถเลือกกลยุทธ์ตั้งราคาอัตโนมัติ : จ่ายตามเป้าที่คาดไว้ (CPA) หรือ ผลตอบแทนจากค่าโฆษณาที่คาดไว้ (ROAS)

​


ขั้นตอนที่ 2. ประเมินกลุ่มเป้าหมาย

ทางแพลตฟอร์ม Google Ads อนุญาตให้ระบุกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ คุณสามารถกรองกลุ่มผู้ชมตามลักษณะของข้อมูล, GEO, ความสนใจ และอื่น ๆ เป็นต้น

​

อีกส่วนที่สำคัญคือการตลาดแบบติดตาม ใช้เมื่อเวลาที่คุณต้องการติดตามผู้ใช้ "ที่เคยคลิกโฆษณา Affiliate ของคุณ เข้าชมเว็บไซต์ของคุณ หรือเว็บไซต์ของผู้ค้า แต่ไม่มีการสั่งซื้อหรือ Conversion ใด ๆ "


ขั้นตอนที่ 3. วิเคราะห์คีย์เวิร์ด

ทางแพลตฟอร์ม Google Ads อนุญาตให้สร้างฟอนต์ รูปภาพและวิดีโอโฆษณา เพื่อช่วยให้เป้าหมายแคมเปญของคุณประสบความสำเร็จ

หนึ่งในฟีเจอร์การคัดเลือกของ Google Ads คือการประเมินโฆษณาของผู้ใช้ โดยดูจากคุณภาพและความสอดคล้องกันของโฆษณาและคีย์เวิร์ด โดยเฉพาะ CTR, ความสอดคล้องของคีย์เวิร์ดสำหรับกลุ่มโฆษณา, คุณภาพและความสอดคล้องของ Landing Page เช่นเดียวกับบัญชีและคำอธิบายโฆษณา

คะแนนคุณภาพที่ได้ จะช่วยเพิ่มการมองเห็นโฆษณาในผลลัพธ์การค้นหา คุณจึงต้องหมั่นปรับปรุงคุณภาพเพื่อเพิ่มคะแนนตรงนี้

​

คุณสามารถเพิ่มคะแนนได้จากการปรับปรุงคำโฆษณา, เติมคีย์เวิร์ดที่จะไม่ขึ้นเมื่อถูกค้นหา (Negative Keyword), รวมกลุ่มคีย์เวิร์ดและเพิ่มประสิทธิภาพ Landing Page


ขั้นตอนที่ 4. สร้าง Ad Copy

โดย Ad Copy นั้นควรตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย แน่นอนว่าคุณสามารถโปรโมตรถยนต์สุดหรู โดยมีสาวสวยพิงบนรถ แล้วดูท่าว่าคุณได้คลิกจำนวนมาก แต่คลิกเหล่านั้นไม่ใช่ Conversion กลุ่มเป้าหมายที่ดีควรสนใจรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับตัวรถยนต์ หรือโบนัสประกันภัย หรือข้อเสนอการบำรุงรักษาฟรี

ปัจจัยสำคัญที่นักทำ Affiliate Marketing ควรจำในขึ้นใจ คือการรีวิว Ad Copy บ้างเป็นบางครั้ง เพื่อให้ทันสมัยอยู่เสมอ

สุดท้ายแล้วคุณสามารถรีวิวและปรับตัวชี้วัดทั้งหมดผ่านได้ ผ่านหน้า "รีวิวโฆษณา" จากนั้นคลิก "แก้ไข"

เมื่อแก้ไขเสร็จแล้ว ให้คุณเลือกประเทศของตัวเองและโหมดการชำระเงิน Google จะมีให้เลือกแบบอัตโนมัติและด้วยตัวเอง ผ่านบัตรเครดิตหรือโอนผ่านธนาคาร ขึ้นอยู่กับประเทศที่คุณอยู่

​


ขั้นตอนที่ 5. ปล่อยแคมเปญ

หลังจากที่ทำมาทั้งหมด ช่วงที่ดีและทำให้ผ่อนคลายมากที่สุด คือการได้เห็นว่า "แคมเปญของคุณพร้อมถูกเผยแพร่แล้ว" แน่นอนว่าคุณต้องทดสอบการตั้งค่าของแคมเปญและเพิ่มนั้นนู้นนี้ แต่ส่วนสำคัญคือแคมเปญพร้อมแล้ว  

​


กรณีศึกษา: ผลลัพธ์ ROI 200% ผ่าน Google Ads ของแอปหาคู่

มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจมาจากคุณ Alex เขาสร้าง Traffic จาก Google Ads มาเสนอให้กับ Niche หาคู่ผ่านแอปพลิเคชัน WebView

เครือข่าย : Leadbit, Traforce, Takeme.love, Advertise

ข้อเสนอ Affiliate : Sexy Lovers, Tekeme.love, Jolly, Navsegda, Lovena24, Navechno

ระยะเวลา : 27 กรกฎาคม 2020 — 14 ตุลาคม 2020

แหล่ง Traffic : Google Ads

GEO: รัสเซียและกลุ่มประเทศเครือเอกราช

ROI: 200%

Alex ที่เป็นเว็บมาสเตอร์ ได้ร่วมมือกับ Affiliate Network สี่เจ้า ที่เป็นผู้โฆษณาโดยตรง เขาแบ่งผู้ใช้ออกตามอายุและส่งพวกเขาไปยัง Landing Page ต่าง ๆ ตามข้อเสนอ เขาใช้วิธีการเข้าถึงนี้เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่เข้าถึงโฆษณาของเขา เป็นไปตามเงื่อนไข โดยมีให้สามตัวเลือกสำหรับหมวดอายุ 18+ ( ปุ่มจะพาไปยังข้อเสนอของ Sexy Lovers ), 25+ (Jolly, Lovena24, Takeme) และสองตัวเลือกสำหรับหมวดอายุ 30+ (Navechno, Navsegda) โดยออกแบบ Ad copy ทั้งหมดให้เหมาะกับคนรัสเซียตาม GEO ที่เลือก

​ในรูปภาพแปลว่า : "อายุของคุณ"

ส่วนใหญ่เขาจะใช้วิดีโอเป็นหลัก เพราะเขาเรียนรู้ว่าวิดีโอนั้นสามารถสร้าง Traffic ได้มากกว่าโฆษณาที่เป็นรูปภาพ ที่จริงแล้วเขาใช้คำอธิบายและหัวเรื่องธรรมดาทั่วไป เช่น "เหงาเหรอ? หาคู่ใจใกล้ตัวคุณ", "มองหาคู่ใจ", ฯลฯ เขาเผยว่าต่อให้เขาใช้คำว่า "ดาวน์โหลดแอป" หรือ"ติดตั้งแอป" ก็ไม่ส่งผลต่ออัตรา Conversionเพียงแต่ “การโฆษณาจะไม่ถูกกีดกันอีกต่อไป ตามกฏสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น”

หากแอปไม่ได้อยู่ในหมวด "หาคู่" ของ Google Play โฆษณาของคุณจะกระจายไปหากลุ่มผู้ชมที่กว้างขึ้น แทนที่จะเป็นกลุ่มผู้ชมเป้าหมายเท่านั้น เพื่อสร้างเป้าหมาย Traffic ที่ต้องการ วิธีที่แก้ที่เว็บมาสเตอร์ใช้ : เขาใช้อิโมจิและสัญลักษณ์แทนคำอธิบายที่เป็นเพียงข้อความ

เขาแจ้งว่าโฆษณามักถูกปฏิเสธ เพราะไม่ผ่านในเรื่องของการเว้นวรรคและการวางอิโมจิ แต่อนุญาตให้สำหรับวิดีโอ และนั้นจะเป็นวิดีโอที่สร้างเป้าหมาย Traffic ที่ต้องการได้

วิดีโอส่วนใหญ่ที่ใช้ในโฆษณาจะมีความเป็นกลางมาก ๆ ทางเว็บมาสเตอร์ยังบอกอีกว่า เขานั้นไม่ใช้คำที่เกี่ยวข้องในแง่ของการหาคู่ เป็นผลเนื่องจากนโยบายใหม่ของ Google Ads โดยในหลายกรณี วิดีโอจะไม่ขึ้นหากคุณพูดถึงการหาคู่ เขายอมรับว่าอาจไม่เป็นอะไรสำหรับผู้โฆษณาคนอื่น

เขายังแนะนำให้สร้างกลุ่มโฆษณาเดิมเพิ่ม เมื่อจำนวนการติดตั้งลดลง

นี้เป็น 10 แคมเปญที่ใช้งบเพียง 50$ และเพิ่มค่าติดตั้งจนกว่าวิดีโอจะเริ่มเล่นบน YouTube วันถัดมา ให้ลดราคาแล้วดูว่าโฆษณาขึ้นอย่างไร หากยังสามารถทำ Conversion ได้อยู่บ้าง แม้ปริมาณจะน้อย ให้ปล่อยทิ้งไว้อีกวัน วิธีนี้จะทำให้คุณทราบถึงราคาที่เหมาะสมสำหรับการติดตั้ง

ผลลัพธ์ :

Traforce — $19,000

Leadbit — $1,348

Advertise — $4,563

Takeme.love — $10,230      

คุณจะเห็นได้จากตัวเลขข้างบนว่า Alex ได้ผลลัพธ์ที่ดีมาก แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ได้แสดงรายละเอียดเพิ่มเติม เพราะยังปล่อยแคมเปญอื่นไม่เสร็จ  


กรณีศึกษา : £975.48 (ประมาณ $1,300) สำหรับ Affiliate บน Clickbank ด้วย Google Ads

Gerald Umeh นักการตลาดจากประเทศไนจีเรีย ได้เปิดเผยรายละเอียดความสำเร็จของตัวเองทั้งหมดผ่านช่อง YouTube ของเขา

​

เขาเลือก Google Ads เพื่อหารายได้จาก Affiliate Program ของ ClickBank แต่แท้จริงแล้ว Gerald ตั้งใจจะซื้อขายสินค้าใน Niche ของอาหารบำรุงสุขภาพ หลังจากเลื่อนดูข้อเสนอ Affiliate ของ ClickBank เขาตัดสินใจทำงานกับสินค้าลดน้ำหนักอย่างอาหารคีโต

หนึ่งในกุญแจสำคัญของเขา คือการวิเคราะห์คีย์เวิร์ดก่อนแคมเปญโฆษณา

​

เพื่อให้ CPC ลดต่ำลง เขาปล่อยแคมเปญบนหน้าค้นหาของ Google และ YouTube

​

ตามที่ Gerald ได้อธิบาย เขาชอบทำในสิ่งที่เรียบง่าย ปัจจัยหลักที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ จึงมาจากการเลือกข้อเสนอ Affiliate ที่ให้ใช้คีย์เวิร์ดโดยตรงและเรียบง่าย แต่ให้ผลลัพธ์การโฆษณาที่มีประสิทธิภาพเพื่อโปรโมตข้อเสนอ จนสุดท้าย Gerald ก็พึงพอใจกับผลลัพธ์แคมเปญ Affiliate ที่เขาทำ

​


ข้อดีและข้อเสียของ Google Ads สำหรับนัก Affiliate Marketing

เราจะไม่ขอลงลึกถึงรายละเอียดของการโฆษณาผ่าน Google Ads สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หรือธุรกิจประเภทอื่น ๆ นอกจากลิสต์ของข้อได้เปรียบเสียเปรียบที่ Google Ads มีให้กับนัก Affiliate Marketing เท่านั้น

ข้อดี :

  • Traffic มีคุณภาพสูง อย่างเรากล่าวไว้ข้างต้นว่า ผู้คนต้องการซื้อหรือค้นหาสินค้าหรือบริการก็ตอนค้นหาเนี่ยแหละ คุณจะได้รับกลุ่มผู้ชมที่พร้อมซื้อสินค้าได้อย่างไม่ต้องสงสัย
  • กลุ่มผู้ชมจำนวนมหาศาล ช่วยให้คุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ พร้อมกับจำนวนผู้ใช้งานเกือบ 4 พันล้านคนทั่วโลก
  • จ่ายตามที่คลิก ไม่มีฝากขั้นต่ำ เพื่อปล่อยแคมเปญ Google Ads ต่างจากเครือข่ายโฆษณาหลายเจ้าที่มีบังคับฝากขั้นต่ำ
  • เพิ่มสเกลง่ายขึ้น แคมเปญของคุณจะข้ามไปหลายแพลตฟอร์ม เช่น YouTube, Gmail, เครือข่ายแสดงโฆษณา, แอปแอนดรอยด์และอื่น ๆ
  • ได้ผลลัพธ์รวดเร็ว เมื่อโฆษณาของคุณได้รับการอนุญาต ( ใช้เวลาไม่กี่นาที แต่ขั้นตอนอาจใช้เาลสถึง 24 ชั่วโมง ) แคมเปญของคุณจะได้รับการพิจารณาให้ปล่อยออกไปได้  

​

ข้อเสีย :

  • ในบางกรณี แคมเปญ Google Ads อาจมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง หากคุณเป็นมือใหม่ที่พึ่งเข้ามาใน Niche ที่มีการแข่งขันสูง ( ตัวอย่างเช่น ซอฟแวร์ หรือโฮสติ้ง ) โดยเฉลี่ย CPC จะอยู่ที่ประมาณ $5 โดยขึ้นอยู่กับคะแนนด้านคุณภาพและ GEO แต่คุณควรรู้ว่า Niche บางอย่างก็มีราคาสูงเป็นเรื่องปกติ โดย Google Ads Planner จะช่วยวางแผนในเรื่องของราคาคีย์เวิร์ดของแคมเปญ คุณสามารถลดค่า CPC ด้วยการปล่อยโฆษณาบน Youtube หรือ Google Display Network แทนที่หน้าผลลัพธ์การค้นหาของ Google
  • บัญชีของนัก Affiliate Marketing สามารถถูกแบนหรือระงับได้ หากไม่ดูเส้นทาง Redirect ( อาจถูกมองว่าเป็นการทำ Cloaking ) ในลิงก์ของ Affiliate ให้ดีเสียก่อน และอย่าลืมอ่านแนวนโยบายของ Google Ads
  • โครงสร้างที่ซับซ้อน ของ Google Ads อาจจะต้องใช้เวลาเรียนรู้อยู่บ้าง การเพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญโฆษณา จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญในระดับหนึ่ง เพื่อที่จะได้ลด CPC ในระหว่างที่ดูแล Conversion สูง ๆ
  • ไม่ใช่ทุกคลิกที่จะเป็น Conversion โดยตรง ลองคิดดู ถ้าเกิดคู่แข่งกดโฆษณาของคุณด้วยคีย์เวิร์ดแบบเดียวกัน เพียงเพื่อต้องการผลาญเงินในกระเป๋าของคุณ นี้นับเป็นคลิกหลอก คุณจึงต้องทดสอบแคมเปญ เพื่อปรับให้เข้ากับกลุ่มผู้ชมเป้าหมายและตัวชี้วัดทั้งหมดของแคมเปญ และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ CTR ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  

สำคัญ : ข้อบังคับของ Google Ads

ไม่ต้องแปลกใจที่ Google จะห้ามการโฆษณาสินค้าหรือการบริการให้บางประเภท เช่น สารเสพติดหรืออาวุธยุทธภัณฑ์ แต่ก็จะมีสินค้าหรือการให้บริการบางประเภทที่สามารถโปรโมตได้ แต่จะมีข้อกำหนดอยู่ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, สื่อทางเพศ, การพนัน, สินค้าเพื่อสุขภาพ, การให้บริการทางการเงินบางประเภท, ฯลฯ

​

ข้อกำหนดนี้ยังรวมไปถึงอายุและ GEO ของเป้าหมาย ตัวอย่างเช่น คุณสามารถปล่อยแคมเปญโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ด้วย Google Ads และ Facebook Ads เฉพาะใน GEO ที่อนุญาตให้มีโฆษณาแอลกอฮอล์กับกลุ่มคนที่มีอายุตามเกณฑ์ (18+, 21+ หรือ 23+)

แน่นอนว่ามีเว็บมาสเตอร์บางคนใช้เทคนิคและเครื่องมือบางอย่าง เพื่อช่วยให้บัญชีของตัวเองรอดจากการถูกแบนหรือถูกระงับบัญชี บ่อยครั้งที่คุณสามารถกระทู้เกี่ยวกับสคริปต์การทำ Cloaking ตามฟอรั่มอย่าง BlackHatWorld หรือ Warrior Forum

คุณคุ้นเคยกับการทำ Cloaking ใช่หรือไม่
0 โหวต

 

ข้อสำคัญ : Google เตือนเหล่านักการตลาดและเว็บมาสเตอร์เกี่ยวกับการละเมิดโนบายของ Google Ads และข้อบังคับของ Google สำหรับเว็บมาสเตอร์ การละเมิดทุกรูปแบบที่รวมไปถึง การทำ Cloaking, การยัดคีย์เวิร์ด, Doorway, Redirect สอดไส้และการสแปมเว็บไซต์ผ่านสื่อโซเชียล เบื้องต้นจะถูกตักเตือน ( โดยปกติจะใช้เวลา 7 วัน ก่อนจะดำเนินการอะไรเพิ่มเติม ) จนบัญชีอาจถูกระงับการใช้งาน


สรุป

ด้วยคอนเทนต์ที่มีมูลค่าและความสอดคล้องของเทคนิค SEO จะส่งผลต่อการเติบโตธุรกิจของคุณ ซึ่งนี้ถือเป็นกลยุทธ์ระยะยาว ทาง Google Ads จึงสามารถช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่เร็วมากขึ้น    

พวกเรายังมีหัวข้อเครื่องมือสำหรับ Google Ads แบบอัตโนมัติ ที่จะมาช่วยประหยัดเวลาและช่วยให้คุณสามารถโฟกัสเป้าหมาย โดยจะช่วย Google Ads วางแผนแคมเปญให้แบบอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้เห็นผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว และเพิ่มเวลาให้คุณไปต่อยอดการพัฒนาธุรกิจของตัวเอง

คุณรู้สึกอย่างไรกับบทความนี้?